ประโยชน์ที่จะได้รับ
- ติดต่อและนำพลังจิตใต้สำนึกของตนเองมาใช้ประโยชน์
- มีความจำดี สมาธิและสติที่ดีเยี่ยม การเรียนดีขึ้น
- นอนหลับอย่างมีความสุข หลับลึก
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
- เพิ่มความกระตือรือร้นมีชีวิตชีวา
- เพิ่มความมีเสน่ห์และน่ารัก
- เพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง
- ปรับเปลี่ยนทัศนคติในการดำเนินชีวิตใหม่อย่างมีความสุข
- ใช้ชีวิตสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต
- เลิกเหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดทุกชนิด
- ลดและควบคุมน้ำหนัก
- ลบล้างเรื่องราวเลวร้ายในอดีตที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก
- เอาชนะความกลัวของตนเอง (ความมืด สุนัข งู ความสูง ฯลฯ)
- ปรับเปลี่ยน ปลูกฝังนิสัยใหม่ที่ดีให้ลูก เช่น การเรียน กินผัก
- การเปลี่ยนแปลงหน้าที่การงาน การเงิน ชื่อเสียงความมั่งคั่ง
- ชีวิตการแต่งงานที่ยั่งยืน
- ความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว
- การบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยตนเอง
- ช่วยพิชิตเป้าหมายในชีวิต การทำงานอย่างง่าย ๆ
การเตรียมตัวก่อนการฝึก
ควรอ่านหนังสือ 1. พลังจิตใต้สำนึก 2. ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้
3. เดอะซีเคร็ด 4.จินตนาการสร้างสรรค์
วันหลัง เพิ่ม ต่อ นะครับ
จิตใต้สำนึก คือ มโนภาพ แห่งความตรึงตรา หรือมโนภาพแห่งจินตนาการ ที่เราลืมจนทบทวนจนระลึก ขึ้นมาไม่ได้แล้ว เรียกว่าจิตใต้สำนึก และ จิตใต้สำนึกนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งซึ่งผลักกัน ให้เกิด นิสัย และจริยธรรม
เพราะฉนั้น ถ้าเรา ฝึก จิต ดี ก็สามารถ จิตใต้ สำนึกดี และบ่อ เกิด สติ และความรอบคอบ นิสัย ที่ดี และ จริยธรรม ที่ดี และสร้าง พลังงาน แห่ง ความสำเร็จ พร้อม สุขภาพ ที่แข็งแรง ด้วยจิต ของเราเอง
เหมือน กับพระ ที่นั้ง สมาธิ จนสำเร็จ แต่ เรา ไม่ต้องทำถึงขนาด นั้นครับ เพียง แต่ ฝึก จิต คิดบวก คิดให้เห็น
ในสิ่ง ที่ ดีที่เรา ต้องการ เมื่อ คิด ซ้ำ ๆ อย่างนี้ ก็ จะเป็น พลังงาน ที่ สะสมไว้ เมื่อ เรา นำสิ่ง นั้นมาใช้ ก็จะเกิดผลที่ดีแก่ เราได้ครับ
ที่นี้ มา ดู กันว่า มโนภาพ แห่งความตรึงตรา และมโนภาพ แห่งจินตนาการ เรา จะสร้าง กันอย่างไร และควร สนใจในฐานะที่มันจำเป็นแก่ชีวิตส่วนหนึ่งด้วย โดยเฉพาะส่วนที่เราจะคบหาใกล้ชิดสนิทสนมกับใคร ๆ เราควรจะเข้าใจให้ลึกซึ้งถึงจิตใต้สำนึกของเขาด้วย เพราะอย่างน้อยก็สามารถ คาด คะเนได้ว่า พฤติกรรมประเภทนั้น ๆ มาจากจิตใต้สำนึกประเภทไหน และปลอดภัย ที่จะคบหาสมาคมด้วย หรือไม่
จิตใต้สำนึก ในส่วน มโนภาพ แห่งความตรึงตรา ซึ่งเกิด กับ มนุษย์ ตั้งแต่ 2- 3 เดือน จนกระทั้ง 8-9 ขวบ ซึ่ง บัดนี้ เราไม่สามารถ จำมันได้ นึกก็ ไม่ออก แต่ ยังมีอำนาจผลักดันเบื้องหลังชีวิต
ยกตัวอย่างเช่น สังคมชนบท ชาวนา ชาวไร่ สังคมเกษตรกรรม ซึ่งต้องอาศัยที่ดินในการทำกิน มาก ๆ บ้ารเรือน ก็อยู่อย่าง กระจัดกระจาย ห่าง ๆ กัน เมื่อถูก กดขี่ข่มเหง จาก พวกโจร หรือ บริวาร เจ้าที่ดิน พวกเขาเหล่านั้น จึงรวมตัวกันต่อสู้ หรือคัดค้าน ได้ยาก เมื่อ ถึง ฤดูการณ์เพาะ ปลูก เขา เหล่านั้น ก็ จะร่วมมือ ร่วม ใจ ในการ การ ทำนาทำไร่ จึง เกิดคุณภาพ ชีวิต แบบหวังพึ่ง อยู่ในจิตใต้สำนึก พวก เขา จะมีความเอื้อเฟื้อ ต่อ คนแปลกหน้า อ่อนน้อมถ่อมตน วิถีชีวิต เรียบง่าย ซื่อ ตรง ๆ จึง มักตกเป็นเหยื่อ อันโอชะ ของพ่อค้าในเมือง หรือพวกสายเลือดโจร ที่ตั้งหลักแหล่งเป็นนักเลงอันธพาลท้องถิ่น
ลูกชาวไร่ ชาวนา ที่เติบโต มาจากบ้านนอก ถึง เข้ามาทำงานในสังคมเมือง จิตใต้สำนึก อันมาจากมโนภาพ แห่งความตรึงตรา ก็จะติดตามตัวเขา เหล่านั้นมาด้วย ซึ่งแสดงออก ให้เห็น อย่างง่าย ๆ นับแต่การร้องเพลง จารีต ประเพณี ท่วงทำนอง อาหารการกิน ซึ่ง เรียก ว่า วัฒนธรรม
ที่นี้ มาดูว่า มโนภาพ แห่ง ความตรึง ตรา มีผลอย่างไรบ้าง ถ้า เขา เหล่านั้น มาจาก บ้านนอก มีมโนภาพ แห่งความตรีงตรา ที่ดี เมื่อ เช่น ถ้าอยู่บ้านนอก และถูกเอารัดเอาเปรียบกดขี่ จากโจร อันธพาล ผู้ดีเลวร้าย หรือ ข้าราชการ จน รู้สึก ขมขื่น หรือเจ็บแค้น เมื่อ เข้ามาเป็นกรรมกร พ่อค้า หรือ ข้าราชการ จะกลาย เป็นคน ต่อต้านระบบไม่เป็นธรรม และร่วมต่อสู้ เพื่อความถูกต้องดีงาม ใน สังคม
แต่ ถ้าเขา มาจาก มโนภาพ แห่งความตรึงตรา จากสายเลือดโจร นักเลงอันธพาล หรือผู้ดีเลวร้ายบ้านนอก เค้า ก็จะกลายเป็นคนแปรียบคนที่ด้อยกว่า กดขี่ข่มเหงคนที่ไร้ทางสู้ ฉ้อโกง คนที่จนกว่า หรือทำร้ายคนอื่นอย่างโหดเหี้ยมทารุณ แบบที่เรา เห็น ๆ กัน อยู่ เช่น ตำรวจ ระดับ ประทวน บางคน ประพฤติอยู่จำนวนมากในขณะนี้ ทั้งนี้ ก็ มาจาก จิตใต้สำนึก ของเขานั้นเอง
การ สร้างจิตใต้สำนึกที่ดี จากมโนภาพ แห่งจินตนาการ ( สิ่ง ที่สำคัญ ที่สุด ที่ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว )
การสร้างจิต ใต้ สำนึก เป็นไปได้ทั้งในทางชั่ว และทางดี แต่ในที่นี้ เราควร สร้างแต่สิ่งที่ดี
ยกตัวอย่าง จาก ศีล 5 ข้อ
1. เว้น จากการทำลาย ชีวิต ผู้อื่น ( เพราะมนุษย์ทุกคนเห็นว่าชีวิตของตนสำคัญ จึงไม่ค้องการให้ใคร ๆ เบียดเบียน หรือทำลายชีวิต ของตน
2. เว้น จาก ลักขโมย (เพราะชีวิต ของมนุษย์ จะดำรงอยู่ได้ เพราะของกินของใช้ ที่เรียกว่าทรัพย์สิน )
3. เว้นจากการประพฤติผิดในคู่ครองของผู้อื่น ( เพราะการ สืบพันธ์เป็นสถาบัน ของครอบครัว ทุกคน จึงไม่อยากให้ใครมาล่วงเกินคู่ครองของตน )
4. เว้นจาก การพูดเท็จ ( สังคมมนุษย์จะก้าวหน้าเพราะสัจธรรมหรือความจริงที่พิสูจน์ได้ คนเราจึงไม่ควรโกหกต่อผู้อื่น หรือสังคมส่วนรวม ) ( เช่น ท้องเพราะเบญโล )
5. เว้น จากสุรา เมรัย และสิ่งเสพติด อันเป็นที่ตั้ง แห่งความประมาท ( จริยธรรม สูงสุด ในชีวิตของคน คือความเป็นคนสมบูรณ์ ไม่ครี่งบ้า ครึ่งบอ หรือไม่เผลอ ไผลไร้สติ เพราะฉนั้น คนเรา จึงไม่ควร เสพ จนคุมสติไม่ได้ )
นี้คือ เป็น การจิตใตสำนึก ในทางที่ดีของสังคมไทย
เห็น ไหมละครับ หลัก ๆง่าย ที่เราเห็น กัน อยู่ทุกวี่ ทุกวัน
ที่นี้ เรา มา เริ่มสร้าง จิตใต้สำนึก กันดีกว่า
หลักจิตวิทยา กล่าวว่า “ ชีวิตของบุคคลเรา ย่อมเป็นไปตามความนึกคิดของเรา”
“ เราอยากเป็นอย่างไร ในชีวิต ให้อธิษฐาน นึก ผนึกแน่น
แม้ลืมสิ้นกระทั้งไร้ผังแปลน แต่คงแก่น ในจิตใต้สำนึก”
การ สร้างจิต ใต้ สำนึก มี 2 วิธี คือ
1. การ สร้างจิตใต้สำนึก ให้ตนเอง
คือ ตั้งจิต คิดในสิ่งที่อยากเป็น อยาก ประสบความสำเร็จ คิดให้บวก คิดให้เป็นปัจจุบัน ไม่มีอดีต ไม่มี อนาคต มีแต่ถาพ ปัจจุปันที่เราต้องการ เป็น นี้ คือพลังมโนภาพ แห่งจินตการ เหมือน ที่ ไทเกอ วูด กล่าวว่า เค้า เห็น ลูกกอลฟ์ ลงสู่หลุม ตั้งแต่เขายัง ไม่ตี ( อ่าน ในหนังสือ The secret เพิ่มเติม ได้ครับ )
2. การ สร้างจิตใต้สำนึก ให้ คนอื่น
คือการ สร้างจาก มโนภาพ แห่งความตรึงตรา สร้าง ภาพ วัฒนธรรม ที่ดี
เพราะฉนั้น เรา จะเห็นกันว่า บุคคล ที่ต้องการเป็นนักร้อง ก็จะมีนักร้อง ที่เป็นต้นแบบในจิตใจ
หรือ นัก เทนนิส ก็จะมี ต้นแบบของเค้าเหล่านั้น
หรือ การที่สังคม ไทย ในสังคมเมือง มีการประพฤติที่เอาเปรียบ ทำให้ เกิดการเลียนแบบกันไม่สิ้นสุด
เพราะฉนั้น พ่อ แม่ ที่ต้องการ ให้ลูก ๆ ประสบ ความสำเร็จ ต้องสร้าง ต้นแบบที่ดี สู่มโนภาพแห่งความตรึงตรา ทีดี จน กระทั้ง กลาย เป็น สิ่ง ที่อยู่ใต้จิตสำนึก
สิ่ง ที่อยาก ฝากไว้ คือ อย่าไว้ใจจิตใต้สำนึกของใคร ๆ
การดู พฤติกรรมของคน เราต้องดูที่สถานภาพในสังคม , คุณภาพชีวิต , ระบบความคิด และจิตใต้สำนึก ของเขาด้วย
ช่วย comment ด้วยนะครับ เพื่อ ชีวิต ที่ดีขึ้น